KAT-TUN in THAILAND

posted on 25 Mar 2010 23:14 by mayaimay

 

ดีใจมากกอ่ะ เข้าไปอ่านบล็อคเป็นปกติทุกวัน

เห็นตารางทัวร์คอน เฮ้ย...คัตตุนมาไทย คัตตุนมาไทย คัตตุนมาไทย

 มันไม่ใช่ความฝันง่ะ มันเป็นความจริง

ณ ตอนนั้นน้ำตาแทบไหล

ดีใจจนพูดไม่ออก

อ่านแล้วอ่านอีก เฮ้ย...นี่เรื่องจริงใช่มั้ย

สิ่งที่รอคอยมานาน มันได้มาแล้วอ่ะ มันอยู่ตรงหน้าแล้ว

เปิดดูตารางงานทันที วันที่ 31 เดือน 7 ไม่ติดงาน ไม่ติดงาน

ยังไงก็ไป แล้วเจอกันนะ แล้วเจอกัน

อ่านรายละเอียด เป็นคอน KAT-TUN ที่ไม่มี A

เสียใจ....เสียดาย....อารมณ์ตอนแรก คือ ไม่เข้าใจ ทำไม

ทำไม และทำไม เป็นคอนต่างประเทศของคัตตุนที่ไม่มี A

ความดีใจลดหายลงไป แต่ยังไงก็ยังจะไปดูอยู่ดี

ต่อให้มีหรือไม่มีจิน แต่มันรู้สึกเสียดาย แล้วก็เสียใจ

ไม่ได้เกลียด ไม่ได้โกรธจิน เข้าใจจินนะ

แต่น้อยใจอ่ะ น้อยใจว่ามาทั้งที เราอยากเห็นครบทุกคนจัง

แต่ว่านะ คนเราได้คืบก็จะเอาศอกจริงๆ

อยากให้คัตตุนมา พอมีข่าวว่ามา แต่มาไม่ครบ ก็อยากให้มาให้ครบ

ตอนนี้มันเลยเป็นความรู้สึกว่า ดีใจแบบโหวงๆ

ความฝันสลายและเสียดาย AKAME

ซึ่งเราอยากเห็นด้วยตาตัวเอง อยากดู อยากจับผิด

อยากเข้าถึงด้วยตัวเองซักครั้ง ซึ่งมากกว่าการนั่งดูคลิป ดูรูป

อ่านข่าวต่างๆ อ่านฟิคและอะไรอื่นๆ

รวมถึงเราอยากเห็น KAT-TUN ที่เป็น KAT-TUN จริงๆ

ไม่เหมือนตอนที่จินไป LA

เข้าใจ เข้าใจจินนะ ว่ามันเป็นโอกาสที่ดี

แล้วเพื่อนๆ ในวงก็สนับสนุนจิน เพราะเห็นว่ามันเป็นความฝัน

มันเป็นโอกาส ซึ่งมันไม่ได้มาง่ายๆ

ลึกๆ เราว่าจินก็คงเสียใจ เสียดาย ที่ไม่ได้ร่วมคอนกับเพื่อนๆ

ทั้งๆ ที่ฝ่าฟันอะไรมาเหมือนๆ กันอ่ะนะ

อยู่ด้วยกันมาจนได้เดบิวท์ มาจนถึงปัจจุบัน

ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมากกๆ

ตอนนี้ทุกคนอาจจะไม่พอใจจิน เรายอมรับว่า

เราชอบจินมาก เราเมนจิน เราเป็นลัทธิ AKAME

และเราก็เสียใจที่จินไม่มา ที่จินเลือกที่จะไปคนเดียว

แต่พอได้คิดดีๆ คิดในมุมของจิน คิดในมุมของวงคัตตุน

มันถือเป็นโอกาสที่ดีทั้งของตัวจินเองและของวง

เราก็ขอให้ KAT-TUN ไม่ว่าสมาชิกคนไหนจะอยู่ที่ไหน

ทำอะไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นมาที่เวทีเดียวกัน

แต่ก็ขอให้ KAT-TUN ยังคงเป็น KAT-TUN ตลอดไป

 

สิ่งที่กลัว สิ่งที่รู้สึก สิ่งที่นึก และสิ่งที่คิด

ขอให้มันอย่าได้เกิดขึ้นเลย

เรากลัวความห่างไกลของวง

กลัวว่า A จะหายไป ยิ่งเห็นตารางคอนแล้ว

ยิ่งกลัว

ถ้าให้พูดถึงประเด็นที่ทำให้คิด มันก็มีนะ

ซึ่งเราคิดว่าทุกคนคงไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

เราก็ไม่อยากให้เกิด

เรายังอยากเห็น ตัว A ที่อยู่ใน KAT-TUN

เรายังอยากให้สมาชิกมี 6 คน

นะ...จิน

 

KAT-TUN     แล้วเจอกัน    ประเทศไทย

 

 

 

 

 

HBD 2010

posted on 24 Feb 2010 00:14 by mayaimay

happy birth day to Kamenashi Kazuya

ขอให้มีความสุขมากๆ

เป็นเต่าที่น่ารักแบบนี้ต่อไป

หล่อๆ สวยๆ แล้วแต่อารมณ์เมะ

แล้วก็ขอให้สุขภาพแข็งแรง

อย่าหักโหมทำงานมากนักนะเต่านะ

ดูแลตัวเองแล้วก็ดูแลไอ้หมูอ้วนด้วยน๊า

ปีนี้จะได้ฉลองที่ไหนน๊อ...

^------------------------^

 

อีืกหน่อยเราก็ตายจากกัน......แล้วนะ - ข้อคิดดี ๆ จากน้าเน๊ก เกตุเสพย์สวัสดิ์



1.
คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี 1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์
อุแม่เจ้า......... แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...
เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข

 

 

 


*ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่

ได้อ่าน

 

 

 


*เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
*
หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู

 


ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยัง

 

ไม่เคยบอก

 


พื้นที่อีกหลายล้านตาราง

 

 

กิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย.....

 

 

  กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน


น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!
อุแม่เจ้าเทค 2
คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้
นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่
เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น ......
 

คำนวณเองบ้างซิว้อยย.

 

....


เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา ( ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่ ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะทำยังไงกับมันดี .....

 


แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อนั่งเอา

หัวตากแอร์ไปวันๆ ยอม 

 

 

 

 

ให้คนที่ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่จิก

 

หัวใช้

 

 


เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า ' เงินเดือน '
บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน


เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า

กูจะเป็นอะไรดี

 

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่

 

 

อย่างนั้น

 


 

ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดี

ลอยไปหาคนอื่น

 

 

 

 


แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเอง

เหลืออยู่แต่ความ

 

 


รู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน

 

 


บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร

เก๊กใส่กันไปวันๆ

 

 


ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่

งอนการกุศล

 

 


ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....

ไอ้บ้า

 

 

 

 

และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม ' ฆ่าเวลา ' ชีวิตมันว่างจัด
ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ...... แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง
ใช่แล้ว .... เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ

 

 


ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย

แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่

 

 

จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก้ไม่รู้
 

 

และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... 
 

 

มาเตรียมการรอรับวาระ

สุดท้ายของเราดีกว่า 
 

 

เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็

จะได้นอนตายตาหลับ 
 

 

ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....

พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว 
 

 

ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก

 

 

 

 

ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว

เดี๋ยวตายนะ...

 

 

 

เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ

บอกเขาไปทั้งหมดที่

 

 

 

 

ความรู้สึกของเราที่มีต่อเค้า 
 

 

 

ส่วนเค้าจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ...

 เพราะ

 

 

 

พรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว 
 

 

ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้


 

 

กอดกันเหมือนว่า

นี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา

 

 

 

 

นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
 

 

 

เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

 

ตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล

 

 

 

....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด
ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......
แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ
 

อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อย

อะไรกันอีก
 

 

รีบ แยกย้ายไปใช้เวลาที่เรา

 

 

 

 

เหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายัง

 

 

 

 

ไม่ได้ ทำ 
 

 

เดี๋ยวตายซะก่อน .... เสียดายแย่
 

 

 

 

โดย น้าเน๊ก ...... เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา

 

 

 

edit @ 26 Jan 2010 00:29:29 by ^ akame ^

เสียใจ

posted on 04 Jan 2010 23:36 by mayaimay

 

 

วันนี้เป็นวันแรกของปีที่ทำให้เราร้องไห้

ให้ตายเหอะ อะไรวะเนี่ย

เกลียดตัวเองเวลาที่ต้องร้องไห้ชะมัดเลยอ่ะ

เราไม่ได้รู้สึกว่าเราอ่อนแอในการร้องไห้ครั้งนี้

แต่เรารู้สึกว่า ร้องแล้วมันไม่ได้ช่วยอะไรอ่ะ

 

เรารู้สึกว่าปีใหม่ แต่อะไรๆ มันยังเดิมๆ อ่ะ

ตัวเราเอง นิสัย การทำงาน ทุกๆ อย่างในชีวิต

มันยังเป็นอย่างเดิม ซึ่งมันก็มีส่วนที่ดีและส่วนที่ไม่ดี

แต่เราหงุดหงิด

เราอยากเปลี่ยนแปลงนิสัยแย่ๆ ของเรา

หลายๆ อย่างที่มันไม่ดี แต่เราก็ไม่รู้จะเปลี่ยนยังไงเหมือนกัน

 

ตั้งแต่ปีใหม่ เราไปเที่ยว ความจริงแล้วก็แค่กินข้าว

แต่ว่าเรากลับดึกไง สำหรับบ้านเราเวลา 5-6 ทุ่ม มันก็คือดึกแล้วอ่ะ

เรารู้สึกแย่มากๆ เวลาที่ต้องกลับบ้านค่ำๆ

ถ้าหากว่าเราอยู่หอ เหมือนตอนที่เรียนมหาลัย คงไม่รู้สึกอย่างนี้

เรารู้สึกว่าที่บ้านเค้าจะเป็นห่วงอ่ะ จะนอนหลับก็หลับไม่สนิท

เค้าต้องเป็นห่วงอยู่แล้วอ่ะ ว่าเมื่อไหร่เราจะกลับ

แต่บางทีเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้อ่ะ ด้วยเงื่อนไขหลายๆ อย่าง

อืม ... ไม่สิ บางทีอาจจะได้ แต่เราเลือกที่จะไม่ทำเองด้วยแหล่ะ

 

ส่วนวันนี้ เราตั้งใจว่าทำงานแล้วจะกลับบ้านเร็ว

อย่างน้อยก็ได้คุยกับพ่อกับแม่มากขึ้น

ไม่ใช่ตอนเช้าออกไปทำงาน เย็นกลับมาก็เตรียมตัวนอน

แต่...สรุปเราก็กลับบ้านค่ำเหมือนเดิม

โดยแม่เราต้องโทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว

ทำไมยังไม่กลับบ้าน

แต่ถามด้วยน้ำเสียงที่ปกติ

ไม่ได้ว่าอะไรเราซักคำเดียว

ไม่ได้ประชด หรือว่าไม่พอใจอะไรด้วยซ้ำ

เราพูดไม่ออกเลยอ่ะ แบบว่ามันตื้อๆ อ่ะ

รู้สึกผิดมากกกกก

กลับมาบ้านพ่อเป็นคนเปิดประตูให้

ไม่กล้าพูดอะไรกับพ่อซักคำ

แค่คำว่าขอโทษยังไม่กล้าเลยอ่ะ

กลัวน้ำตาไหลตรงนั้น

เราก็เลยเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ

พยายามไม่คิดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ไหวอ่ะ

ร้องออกมาเป็นวรรคเป็นเวร

รู้สึกแย่ว่ะ แย่กับตัวเอง แล้วก็กับพ่อกับแม่มากๆ อ่ะ

เหมือนเราไม่เต็มที่กับครอบครัวยังไงก็ไม่รู้

เหมือนที่เรายังทำอะไรให้ครอบครัวไม่พอ

เราก็ได้แต่คิดว่า ต่อไปนี้เราจะเริ่มต้นใหม่

ถือโอกาสปีใหม่นี้ พยายามจะปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่

มีเวลาให้ครอบครัวให้มากขึ้น

พยายามช่วยงานให้มากขึ้น

บลาๆๆๆ อีกหลายสิ่งอย่างที่อยากทำ

 

อย่างน้อยเหตุการณ์วันนี้ก็ทำให้เราคิดได้

และหวังว่าวันพรุ่งนี้ทุกๆ อย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

จะพยายามนะ

สุดท้ายนี้ รักครอบครัวว่ะ

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นลูกที่ดีที่สุด

ไม่ได้เป็นพี่สาวที่ดีที่สุด

แต่ต่อไปนี้ก็จะพยายามให้มากขึ้นน๊า...

สู้ๆ

 

KAT-TUN //You never walk alone// ~nananana~nana~

posted on 23 Dec 2009 23:24 by mayaimay

 

 

เป็นความรู้สึกที่เราเขียนลงในกระทู้กระทู้นึงอ่ะ

ใช้ความรวดเร็วในการเขียนมากมาย                                            

แล้วก็ไม่เคยคอมเม้นอะไรยาวๆ ขนาดนี้มาก่อนเลย

นี่เป็นครั้งแรกที่คอมเม้นได้ยาวขนาดนี้                                    

จะขนาดไหนนั้น ไปดูกันเองละกันนะ

 

รู้สึกดีใจมากอ่ะ แบบว่าเข้ามาเห็นกระทู้นี้โดยบังเอิญ

เป็นกระทู้เดียวที่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบอ่ะ                                  

อ่านแล้วรู้สึกว่าประทับใจมากๆ อ่ะแบบว่า

เฮ้ย KAT-TUN เป็นวงที่มีคนรักเยอะจริงๆ                                              

แล้วเรารู้สึกว่าแต่ละคนที่ชอบก็ชอบกันแบบ--- ลึกซึ้ง --- อ่ะ   

รู้สึกได้ถึงความ --- ผูกพัน ---ที่ทุกๆ คนมีให้กับ KAT-TUN 

 

เราก็เป็นคนนึงที่โคตรรัก KAT-TUN อ่ะถึงแม้ว่าเพิ่งจะชอบได้ไม่นาน ประมาณปีกว่าๆแต่ว่ารู้สึกได้เลยว่า                ผูกพันกับวงนี้มากๆ อ่า ทุกวันต้องเข้าไปตามข่าวว่ามีอะไรเคลื่อนไหวบ้างอัพแมนนวลกันรึยัง หรือว่ามีปาปาอะไร          ให้ติดตามบ้าง จนมาเจอกับกระทู้นี้ ความจริงแล้วเราเคยอ่านเจออ่ะว่าเค้าจะรีวิว KAT-TUN                                      แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้น่ะนะพออ่านแล้วก็เลยรู้สึกว่าอยากเขียนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อวงนี้จังเลย 

 

ตอนแรกเราก็ไม่รู้จักวงนี้หรอก เห็นแต่รูปตามฝาผนังห้องที่น้องของเราขยันเอามาแปะจริงๆ หนังสือเล่มไหนมีก็ตัดมาแปะๆปริ๊นมาแปะๆ หน้าจอก็มีแต่รูป KAT-TUN (น้องเราชอบคาเมะมากกกกอ่ะ) เราก็เลยถามว่า รูปพวกเนี่ยใครหรอ          ความรู้สึกแรกที่เห็นคือว่า เอิ่มจะผอมกันไปไหนเนี่ยทรงผมแต่ละทรงอ่ะนะ โอ้โหคาเมะตาก็ขีดได้อีกตอนนั้นรู้สึกแค่ว่า    จินกับจุนโนะ เอ่อ หน้าตาโอเคสุดอ่ะในวงหลังจากนั้นน้องก็พาดูคลิป อ่านประวัติของแต่ละคนรวมถึงฟิคเรื่องต่างๆ          ที่น้องรวบรวมไว้เราก็นะ เอาละ เริ่มเคลิบเคลิ้ม หลังๆ เลยกลายเป็นว่าติดอ่ะวันไหนที่ไม่ได้เข้าไปดูข้อมูลหรืออัพเดตข่าวอะไรก็จะนะเหมือนขาดอะไรไปซักกะอย่างปัจจุบันนี้น้องเรียนมหาลัย ไม่ค่อยมีเวลาก็เลยกลายเป็นว่าเราเนี่ยแหล่ะต้องเป็นคนอัพเดตข่าวสารมีอะไรก็กริ๊งกร๊างหาตลอด จนบางทีน้องงง พี่ช๊านมันเป็นเอามากกกกกได้ข่าวอะไรมาโทรหาตลอด ความจริงก็คือเรารู้สึกดีที่ได้ร่วมแชร์เรื่องที่เรารักที่เราชอบกับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันใครจะคิดว่าคนอายุ 24 ปี ยังมานั่งคลั่งดาราขนาดนี้ตอนนี้ที่ทำงานหน้าจอก็เป็น KAT-TUN สลับกับ AKAME จนพี่ๆ ที่ทำงานต้องถามว่าไอ้หนุ่มๆ พวกนี้มันคือใครอ่ะแต่หลายๆ คนก็บอกว่า ผู้ชายญี่ปุ่นไม่เห็นหล่อเลยเนอะผู้ชายเกาหลีหล่อกว่า เราก็ได้แต่ยิ้มๆ เพราะว่าแต่ละคนมีคำจำกัดความของคำว่าหล่อไม่เหมือนกันนี่นาแต่เราว่า KAT-TUN หล่อทุกคน อยู่ที่ว่าจะมองมุมไหนต่างหากล่ะ 

 

ส่วนตัวของเราตอนแรกเราเห็นคาเมะก่อน เพราะว่าน้องเราชอบแต่โดยส่วนตัวแล้วเราชอบจิน ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าผู้ชายคนนี้ดูน่าค้นหาดีเหมือนเค้ามีอะไรอยู่ลึกๆ ที่เราเข้าไปไม่ถึงอ่ะทำให้เราอยากรู้ว่าเค้ามีอะไรอยู่ในใจ เค้าคิดอะไร   ยังไง (จิ้นไปเรื่อย) 

 

คาเมะ เป็นสมาชิกของวงที่อายุน้อยที่สุดแต่เค้าทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำงานมากๆ คาเมะเป็นคนที่มีความตั้งใจในการทำงานทุกชิ้น ต่อให้เหนื่อยยังไง ไม่ได้นอน หรือว่างานหนัก ซ้อมหนัก หรือทำอะไรที่เสี่ยงมากๆ ก็ไม่เคยเห็นคาเมะปฏิเสธที่จะไม่ทำเลยอ่ะ  ยกเว้นตอนถ่ายแมก จูจุ๊บ จิน ที่บอกว่ายังไงก็ไม่ทำแน่ๆ สุดท้ายก็ออกมาเป็นแมกประวัติศาสตร์ เรารู้สึกว่าเค้าอายุแค่เนี้ย แต่เค้าเนี้ยบ เค้าทุ่มเท เค้ากระตุ้นทุกๆ คนในทีมได้อ่ะ การปฏิบัติตัวของคาเมะก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก เค้ารู้ว่าควรทำตัวแบบไหนกับผู้ใหญ่หรือกับเด็กๆ ในค่ายสังเกตได้ว่าหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ รุ่นน้อง   ต่างรักและพูดถึงคาเมะในมุมที่น่ารักเสมอๆเพราะว่าคาเมะมีความเป็นผู้ใหญ่แล้วก็เด็กในตัวเอง รู้ว่าควรสดงออกในแต่ละสถานการณ์ยังไง และเราก็เคยสงสัยว่า ทำไมผู้ชายคนนี้ ดูดีอ่ะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ดูหล่อ ดูสวย ดูเซ็กซี่ ดูน่ารัก ทำไมคนๆ นึงถึงเป็นได้มากมายขนาดนี้อ่ะ คลิปที่เราดูแรกๆ เลยแล้วเป็นคลิปที่ประทับใจในตัวคาเมะมากๆ ก็คือ         คอนที่คาเมะตีลังกาแล้วตกเวทีอ่ะ น้องยังลากสังขารขึ้นมาแสดงได้อีก อึดมากมายอ่ะ เราเห็นแล้วแบบว่าแทบร้องไห้ สงสารน้องมาก แต่น้องก็แสดงสปิริตเต็มที่ เป็นช็อตที่ประทับใจมากอ่ะ แล้วก็ชอบที่จะได้เห็นน้องเล่นเบสบอล            เรารู้สึกว่า มันเป็นชีวิตของเค้า เมะเคยบอกว่าอยากเป็นนักกีฬาเบสบอลมากๆ จนคุณจอนบอกว่า ยูก็เล่นได้และก็เป็นตัวแทนของจอนนี่ไปแข่งเลย เราว่าเค้าสานฝันของเค้าได้อ่ะ แบบว่าเป็นนักร้องด้วย แต่เราก็จะเห็นคาเมะเล่นเบสบอลบ่อยมาก เหมือนกับว่าเค้าสามารถทำมันไปควบคู่กันได้อ่ะนะ พรสวรรค์โคตรๆ อ่ะ  ส่วนใครจะว่าคาเมะว่าเป็นเกย์ เป็นตุ๊ด   หรืออะไรก็แล้วแต่อ่ะ เราไม่เห็นเคยแคร์เลยว่าเค้าจะเป็นอะไร เราชอบ akame นะแล้วเราก็ไม่รู้ว่ามันมีจริงมั้ย             (ถึงแม้ว่าในใจเราจะเรียกร้องพร้อมตะโกนบอกว่า มันคือ real) แต่เราก็คิดว่า มันไม่ใช่เหตุผลเลยที่เราจะเลิกรักหรือ    หมดรักกับคนๆ นี้  ขอแค่เค้าเป็นเค้าแค่นั้นก็พอ เพราะว่าเราทุกคนรักในแบบที่เค้าเป็นไม่ใช่รักที่จะให้เค้าเป็น...(เนอะ) 

 

จิน -  ไม่เคยเห็นใครที่รู้สึกว่าออร่ากระจายขนาดนี้อ่ะ บอกตามตรงว่าเห็นครั้งแรกก็รู้สึกติดใจแล้วแบบว่า คนนี้หล่อมากกก หล่อทรมานใจอ่ะ เห็นแล้วกลัวใจตัวเองมากๆ คาดว่าถ้าหลงแล้วก็คงโงหัวไม่ขึ้นอ่ะ ซึ่งทุกวันนี้ก็โงไม่ขึ้นอ่ะ ลุคจิน       ตอนเด็กๆ สดใสร่าเริงน่ารักมาก ยิ้มทีนี่ไปทั้งหน้าทั้งตา รู้สึกว่าเด็กคนนี้ชีวิตมีความสุขเนอะ เค้ายิ้มแบบเต็มที่             แล้วก็เป็นยิ้มที่ไม่เสแสร้งเลยอ่ะเวลาผ่านไป จินก็เริ่มขรึมขึ้น (ตามความรู้สึกเรา) อาจจะเป็นเพราะว่าจินเคยบอกว่า     ตอนเด็กๆอยากพูดอะไรก็พูด ไม่ได้คิดถึงอะไร แต่ว่าพอโตขึ้นก็ทำให้รู้ว่า อะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูดซึ่งเราก็ไม่ค่อยเข้าใจอ่ะนะ ว่ามีใครเตือนมาหรือว่ามีเหตุการณ์อะไรรึเปล่า ซึ่งจินพูดน้อยลง  เวลาอยู่ใน CTKT ก็ไม่ค่อยพูด หรือว่าความจริงแล้วอยากอู้ก็ไม่รู้ จินเป็นผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก และเคยบอกว่า ของของจินคือของของจิน        ของของคนอื่นก็คือของของจินเหมือนกัน 55+ ตอนแรกที่ได้ยิน แบบว่า อะไรของมันเนี่ย (แอบฮา) แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะว่าดูเหมือนจินจะเอาแต่ใจที่สุดในวง ชอบทำตัวเหมือนไม่แคร์ใครในวง เป็นคนบอกด้วยซ้ำว่า การเจอสมาชิกในวงบ่อยๆ มันไม่ค่อยดี อาทิตย์นึงเจอแค่ 2 ครั้งก็น่าจะพอแล้ว 55+ ก็เป็นมุมมองที่แปลกดีอ่ะนะ เราว่า แต่เรากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกรักและเป็นห่วงเพื่อนๆในวงของตัวเอง รวมถึงเราคิดว่าที่จินเคยพูดว่า ที่ที่จะกลับไปได้เสมอก็คือ KAT-TUN มันเป็นเสมือที่ที่ปลอดภัยของจินนะ เราว่า เหตุการณ์ที่ประทับใจจินก็เหตุการณ์เดียวกับเมะ ตอนที่เมะตกเวที  สายตาจิน จะคอยมองตลอดว่า จะไหวมั้ย เป็นยังไงบ้าง แล้วก็คอยเข้าไปพยุงเมะอ่ะ มันเป็นภาพที่แทนความเป็นผู้ชายอบอุ่นของ    จินมากๆ อ่ะ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจินจะไม่ได้แสดงออก    แต่แววตามันบอกได้อ่ะ ว่าเค้าก็คอยดูเพื่อนๆ อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ประมาณว่ารักนะแต่ไม่แสดงออก ตอนที่จินไปเรียนต่อ ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักจินเลยแต่ว่ามาดูเทปย้อนหลังแล้วรู้สึกว่า  มันเป็นเวลาที่เศร้ามากอ่ะ รู้สึกว่าสมาชิกทุกคนไม่มีความสุข จินเองก็ไม่ได้ดูมีความสุขเลยทั้งๆที่ข่าวบอกว่าตัวจินเองตั้งใจจะไปเรียน ไม่เคยเห็นจินร้องไห้ ครั้งนี้จินก็ไม่ร้อง แต่เราเห็นว่าตาจินมีน้ำตามาคลอๆ เป็นแบบที่เห็นทีไรก็ยังรู้สึกเศร้าไม่หายไปเลย ดีใจมากที่จินกลับมาแล้วก็มาเป็น KAT-TUN เหมือนเดิม อยากบอกว่ารักจินเสมอไม่ว่าจินจะเป็นแบบไหนก็ตามเด็กร่าเริง ผู้ชายเงียบขรึม จินที่ทะลึงๆ จินที่โหดๆตอนไว้หนวด จินที่เซ็กซี่สุดๆ ยังไงก็จะรักที่จินเป็นจิน 

 

จุนโนะ  -  รอยยิ้มพิมพ์ใจต้องขอยกให้คนนี้เลย เป็นคนที่ยิ้มแล้วตาตี่มากอ่ะ แต่เห็นแล้วมีความสุขสุดๆ เราว่าจุนโนะเป็นคนที่ไม่มีภัยต่อสังคมอ่ะ งงมั้ย เค้ามีลุคเป็นคนที่สดใส รักเพื่อนๆในวงมากอ่ะ  เราไม่เคยเห็นจุนโนะโกรธใครเลย ไม่ว่าใครจะแกล้งโนะยังไงก็ตาม โนะก็จะหัวเราะแล้วก็ยิ้มอ่ะ เคยดูตอนที่สัมภาษณ์ออกรายการ ตอนแรกที่ทุกคนรู้ว่าต้องเดบิวในนาม KAT-TUN แล้วทุกคนอึ้ง แล้วก็พูดประมาณว่า ไม่นะ มันไม่จริง อารมณ์ตอนนั้นเป็นแบบว่าทุกคนไม่ค่อยอยากมารวมกันน่ะ เหมือนกับว่าต่างคนต่างมีอีโก้ แต่โนะกลับบอกว่า เค้าไม่คิดอย่างนั้น เค้าเลิฟกรุ๊ป ถึงแม้จะพูดเหมือนเล่นๆ แต่เราว่าโนะคิดแบบนั้นอ่ะ เป็นคนที่ไม่เคยทะเลาะกับเพื่อนในวงเลยมั้งนั่นน่ะ   โนะเต้นเก่ง เราจะเห็นว่าโนะเต็มที่ตลอดกับทุกคอน ทุกเพลงที่ร้องและเต้น หลายคนบอกว่าเสียงโนะไม่เพราะ เราไม่เถียงเพราะว่าตอนที่เราพยายามแยกเสียงแต่ละคน แล้วได้ยินเสียงโนะ เราก็แบบว่า หา...นี่เสียงโนะหรอ แต่มันก็เป็นบางเพลงไง โนะอาจจะเหมาะกับเพลงจังหวะ สนุกๆ  ที่แสดงความเป็นตัวตนของโนะเองน่ะ ตอนหลังๆ เราฟังเราก็เอิ่ม...เสียงโนะก็พัฒนาขึ้นนี่นา   ส่วนการเต้นต้องขอยกนิ้วให้โนะเลย เป็นคนที่เต้นเก่งมา สเต็ปแม่นโคตรๆ  เคยเห็นโนะตีลังกาในเทป CTKT เทปที่ไปสอนเด็กอนุบาลที่โรงเรียนอ่ะ แบบว่าโอ๊ว....   ทำไมเก่งจังฟระ ตีลังกาได้หลายรอบมากๆ อ่ะ เห็นแล้วเวียนหัวแทน โนะเป็นคนที่โคตรทุ่มเท  โดยเฉพาะการเต้น ทุกคนจะเห็นครงกันจากที่อ่านๆ ดูว่า จ้างโนะเต้น 10 บาท โนะเต้นไปแล้ว 1000 นึง คือแบบว่าเต็มที่จริงๆ อ่ะ  ประทับใจโนะเต้นแท็ปมากอ่ะ ในคอนควีนอ๊ะเป่า ไม่แน่ใจอ่ะนะ โคตรเท่อ่ะ ลุคนั้นคือแบบว่าโอ๊ยจะละลายอ่ะ             เห็นว่าโนะเคยผ่าตัดเข่าอ๊ะเป่า ไม่แน่ใจ... ตอนแรกก็กลัวว่าจะกลับมาเต้นหนักๆ ได้เหมือนเดิม  มั้ย แต่ก็นะก็เห็นว่าก็เต้นได้เหมือนเดิมนั่นแหล่ะ ส่วนเวลาว่างๆ โนะติดเกมส์อ่ะ ถึงขั้นที่เคยได้  ยินมาว่า สมาชิกในทีมพากันบ่นโนะว่าเอาแต่เล่นเกมส์อ่ะ ไม่ค่อยซ้อม แต่เราว่าเวลาขึ้นเวทีก็เห็นโนะก็เต็มที่แล้วก็ทำได้ดีทุกครั้งนะ หรือว่าการเล่นเกมจะเป็นการเสริมทักษะของโนะ (เกี่ยว..?)

 

โคคิ  -   เห็นครั้งแรก เราแบบว่า นี่อยู่วงเดียวกันหรอฟระ พี่แกทำไมดูลุคเถื่อนเกินเพื่อนๆ อ่ะ เห็นหน้าตอนแรก โอ๊ว     ไม่ไหวอ่ะ พี่แกน่ากลัวโคตร หลังจากนั้นน้องสาวก็เป็นคนเปิดประเด็นให้ฟังว่าโคคิอ่ะ เห็นหน้าโหดๆ แบบนั้น ความจริงแล้วนิสัยอ่อนโยนมากๆ อ่ะ โคตรรักน้อง แล้วก็รักครอบครัวมากๆ อ่ะ รวมถึงเพื่อนๆ ในวงด้วย สังเกตได้ว่าโคคิจะมีลุคเหมือนเป็นคนที่ปกป้องทุก คนในวงอ่ะ โดยเฉพาะคาเมะ เรารู้สึกว่าโคคิรักน้องเมะอ่ะ รักแบบว่าพี่ชายคอยดูแลน้องอ่ะนะ            พักหลังเห็นข่าวบอกว่าชอบงอนคาเมะเวลาส่งเมลล์ไปหาน้องแล้วน้องไม่ตอบกลับไปอ่ะนะ  แล้วก็รู้สึกว่าโคคิจะนินทาคาเมะแต่เรื่องน่ารักๆ อ่ะ เห็นชมน้องบ๊อยบ่อย เอิ่ม..คิดอะไรรึเปล่าคะพี่คิ อิอิ พี่คิแร็พได้ไฟแล้บมากๆอ่ะ แล้วก็เป็นคนแต่งท่อนแร็พเองด้วยเก่งเนอะ แม้ว่าเราจะฟังออกมั่งไม่ออกมั่ง แต่เราว่าเสียงพี่คิเท่ดีอ่ะ เป็นคนที่มีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างเด่นชัด เสียงดังเวลาขึ้นคอนที เราว่าฮอลคงสะเทือนอ่ะนะ ช่วงตลกที่พี่คิเล่นกับเฮียยูก็ดูเข้ากันได้ดี บางคนอาจ            จะบอกว่ามุขแป้ก ตัวเราเองก็ไม่รู้หรอกนะเพราะว่าไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นเลยอ่ะ แต่เราว่าเค้าก็ทำกันได้ดีอ่ะนะ ดูเป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ดีอ่ะ เอิ่ม...พูดถึงพี่คิตอนเด็กๆ อ่ะ น่ารักมากเลย แต่โตขึ้นมาหน้าก็เปลี่ยนเยอะเหมือนกันอ่ะ เคยได้ดูเทปรายการนึง ตอนที่พี่คิแสดงละครเป็นเด็กผู้ชายแต่แต่งตัวเป็นผู้หญิงอ่ะ รู้สึกว่าจะเป็นชุดพยาบาลแล้วต้องขึ้นไปยั่วโดยการเต้นบนตัวผู้ชายคนนึงอ่ะในรายการเอาคลิปมาให้ดู พี่คิเห็นแล้วถึงขนาดที่ว่ารับตัวเองไม่ได้กันเลยทีเดียว              แต่เราว่าน่าตาตอนนั้นอ่ะ น่ารักยังอยู่ในโหมดอ่อนโยน ไร้เดียงสาอ่ะนะ ส่วนตอนนี้ไม่ค่อยได้ยินเสียงพี่คิร้องเพลงหรอก จะคุ้นกับเสียงตะโกนแล้วก็แร็พมากว่าอ่ะนะ  

 

อุเอดะ ตอนแรกที่เห็นหน้าอุเอดะ ตอนนั้นยังไม่สาวขนาดนี้เลยน๊า ประมาณว่ามาดร็อคเกอร์อ่ะ ผมทองๆ ชี้ๆ เป็นคนที่เงียบมาก เราว่าเงียบที่สุดในวงแล้วล่ะมั้งนะ ไม่ค่อยเห็นพูดอะไรซักเท่าไหร่ เหมือนเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวอ่ะ ไม่เข้าหาใครก่อน ซึ่งเราว่าบางครั้งอุเอดะก็คงมีอารมณ์เหงาๆ เหมือนกันนะ ยิ่งเคยดูตอนอุเอ้ออกรายการตอนช่วงเล่นละคร บอกว่าเคยต่อยจินกับคาเมะมาแล้วเราก็แบบว่าเฮ้ย ... จริงดิ่ ดูหน้าแล้วไม่น่าเน๊อะ เหมือนกับแบบว่าคงจะเงียบๆ หงิมๆ อ่ะนะ แต่พอเห็นอีกที ตอนคอนที่ร้อน Best Friend อ่ะ โอ๊วววววว ร้องไห้แบบว่าหมดเนื้อหมดตัวกันเลยทีเดียว เห็นทีไรก็ซึ้งอ่ะ ก็เข้าใจด้วยอ่ะ ว่าอารมณ์โมโหเพื่อนในวง รวมถึงอยากคุยแต่ว่าก็ไม่รู้จะเริ่มคุยอะไรยังไง มันก็คงอัดอั้นมากจนทนไม่ไหวอ่ะนะ แต่ว่ารายละเอียดจริงๆ เห็นเค้าว่าทะเลาะกับคาเมะเพราะว่าพี่อึ้นร้องเพลงพลาดอ่ะ แล้วอุเอดะเป็นแบบทุกอย่างต้องเพอร์เฟ็คอ่ะ ก็เลยไม่ยอม คาเมะก็เลยบอกว่าถ้าเป็นชั้น ชั้นจะปล่อยให้มันผ่านไป ทำไมต้องเก็บมาใส่ใจ อุเอดะก็เลยบอกว่า ก็ชั้นไม่ใช่นายนี่ หลังจากนี้ก็เป็นอันว่าต่อยกันอ่ะนะ (อันนี้คร่าวๆ นะเคยดูนานแล้วจำรายละเอียดไม่ค่อยได้)  ตอนแรกที่เห็นว่าอุเอดะชอบชกมวย ไม่อยากจะเชื่ออ่ะ เพราะว่าตามข่าวจริงๆ จังๆ ก็ตอนที่อุเอ้สวยแล้วอ่ะนะ เราชอบตอนลุค X’mas มากเลยอ่ะ โหย มองแล้วเคลิ้มทีเดียว จะแข่งกันสวยกับคาเมะใช่มั้ยเนี่ย ตอนหลังอุเอ้ยิ้มเก่งขึ้น ชอบตอนยิ้มแล้วทำท่าพีซซซซซซซ อ่ะ น่าร๊ากกมากเลย ยิ้มทีนึงโลกละลายได้เลยอ่ะ แต่พอดูรายการที่อุเอดะให้สัมภาษณ์เรื่องชกสมาชิกในวงแล้วก็เรื่องชอบชกมวยรวมถึงแสดงให้ดูด้วย ก็เลยเชื่อไปโดยปริยาย แต่ที่ขำอุเอดะก็ตอนที่หลอกสมาชิกทุกคนอ่ะ จนทุกคนเชื่อว่าอุเอ้เห็นแฟรี่ (นางฟ้า)เวลาขึ้นคอนหรืออะไรก็ตามหลอกแบบเป็นตุเป็นตะ แล้วก็ไม่บอกด้วยนะว่าหลอกเล่น อำจนเพื่อนๆ เห็นว่าอืม มันคงเห็นจริงๆ อ่ะ (อันนี้สมาชิกในวงเป็นคนเล่าอ่ะนะ) แสดงว่าเป็นคนที่เล่าเรื่องได้เป็นจริงเป็นจังได้อีกนะเนี่ย แต่ยังไงก็ต้องนับถืออุเอ้มากอ่ะ ที่ครั้งนึงได้เป็น ลีดเดอร์วงที่ค่อนข้างมีความเป็นปัจเจกอ่ะ คือว่างงว่า เอ้ควบคุมวงยังไงเนี่ย แบบว่าจะมีใครฟังมั้ย แต่ละคนก็นะตัวพ่อตัวแม่กันทั้งนั้น แต่ก็นะทุกๆคนก็ประคับประคองกัน และร่วมสร้าง KAT-TUN มาจนถึงทุกวันนี้ได้ ดีใจ ^_^ 

 

ยูอิจิ  -   เฮียยูถึงกับเคยบ่นว่าทำไมชื่อตัวเองต้องมาอยู่คนสุดท้ายด้วย ประมาณว่าอะไรๆ ก็สุดท้ายตลอด 55+           เฮียยูเป็นคนที่หน้าตาอารมณ์ดีอ่ะ หน้าตาตลก แล้วก็ตลกหน้าเป็นอ่ะ บางทีแค่เห็นหน้าเฮีย แกก็ฮาแล้วอ่ะ ยิ่งเวลาโดนแกล้งให้บันจี้จัม หรือว่า เอามือสัมผัสสัตว์ต่างๆ ในกล่องอ่ะ ยิ่งฮา  ขนาดเราเห็นเรายังรู้สึกว่าฮาขนาดนี้ แล้วเพื่อนๆ ในวงล่ะ จะฮากันขนาดไหน ถึงว่าเพื่อนๆ ถึงชอบแกล้งเฮียกัน แกล้งแล้วมีความสุขอย่างงี้นี่เอง 55+ เฮียยูเป็นคนที่ป๊อดมากอ่ะ เราว่าป๊อดที่สุดในบรรดาสมาชิกเลยนะ เป็นคนเรียบร้อยอ่ะ เนี้ยบๆ ดี อาจจะเพราะว่าที่บ้านมีแต่พี่น้องเป็นผู้หญิงละมั้ง ก็เลยรู้สึกว่าเป็นผู้ชายที่เรียบร้อยมากกกกอ่ะ บีทบ็อกขั้นเทพ เราเพิ่งรู้ว่าตัวพี่แกเองคิดว่าไม่มีอะไรโดดเด่น เป็นของตัวเองเลยพยายามบีท  บ็อก ซึ่งเราเห็นว่ามันเป็นพรสวรรค์ + พรแสวงของเฮียจริงๆ อ่ะ คนอะไรทำโคตรเก่งเลยอ่ะหาคนเลียนแบบไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้เลียนแบบใครด้วย แต่เราเคยฟังเสียงเฮียยูเวลาร้องเพลงก็ร้องเพราะนะ ความจริงแล้วก็เพราะกันทุกคนนั่นแหล่ะ อยู่ที่ว่าใครจะถนัดเพลงแนวไหนมากกว่ากันอ่ะนะ ลุคของเฮียยูตอนแรกไว้ผมยาวๆ (แต่ก็ไม่ยาวมากอ่ะนะ) แต่ว่าเราชอบลุคตอน Rescue มากอ่ะ ทรงผมกำลังพอดีเลยทีเดียว ส่วนที่ไม่เข้าใจคือเฮียแกจะผอมไปไหนเนี่ย ผอมสุดในวงอ๊ะเป่าเนี่ย กินข้าวกินปลามั่ง นอกจากที่กล่าวมาเราขอเสริมนิดนึง เราว่าเฮียวาดรูปเก่งอ่ะ รู้สึกว่าเค้าวาดรูปฮาๆ ดี เหมือนตัวของพี่แกเองอ่ะ ขอเม้าท์นิดนึงตอนที่ได้ดูละครเฮียยู RESCUE อ่ะเห็นแล้วแบบว่าตอนแรกที่ดูอารมณ์ของตัวละครอ่ะ เป็นคนจริงจังมาก แต่ว่าเราเห็นหน้าเฮียยูช็อตแรก โอ๊ววววว...ทำไมเค้าทำหน้าแหยๆ ตลกๆ อ่ะ มันก็เลยติดภาพมาเลยว่าแกฮาๆ คือพยายามมองให้เฮียยูแสดงแบบเคร่งชรึมแล้วอ่ะ แต่ว่ามันไม่ได้จริงๆ 55+   

 

จบแล้ว ยาวมากไม่เคยพิมพ์อะไรยาวขนาดนี้มาก่อนเลยอ่ะขอโทษทุกคนที่เขียนยาวมาก แต่ว่ามันอัดอั้นตันใจง่ะเห็นคนอื่นๆ เขียนกันแล้วก็อยากเขียนบ้างอ่ะนะอยากแสดงความคิดเห็นว่าที่ตรงนี้ก็ยังมีคนที่ชอบและรักวงนี้อยู่KAT-TUN /// You never walk alone /// na..na..na..na..na..na   

 

 

 

 

edit @ 23 Dec 2009 23:49:46 by ^ akame ^

งาน แต่ง * แต่ง งาน

posted on 20 Dec 2009 22:35 by mayaimay

วันนี้ไปงานแต่งงานมา

ชอบบรรยากาศจัง

รู้สึกว่าเป็นงานที่ชื่นมื่นดีอ่ะ

เป็นงานที่มีแต่รอยยิ้ม

มีคนแต่งตัวสวยๆ

แต่งหน้าสวยๆ

ทำผมสวยๆ

แล้วก็ถ่ายรูป

อืม...คนที่แต่งงานกันเนี่ย

วันแต่งงานเป็นวันที่ทั้งคู่

ดูดี.....มากกกกก

สังเกตได้ว่างานแต่งงาน

เจ้าบ่าวต่อให้ตัวจริงไม่หล่อ

วันแต่งงานก็หล่อ

ส่วนเจ้าสาว

เท่าที่ไปมา

กี่งานต่อกี่งาน

งานแต่งงานเจ้าสวยก็สวยเสมอ

ชอบไปงานแต่งจัง

...

เราชอบตอนที่เค้าทำสไลด์

ประวัติของเจ้าบ่าวเจ้าสาว

แตกต่างกันไป

แต่...รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ดู

เหมือนกับว่า แต่ละคน แต่ละหนทาง

ที่เดิน

แต่...มาบรรจบกันได้

และลงเอยด้วยการ

////แต่งงาน////

มีความสุขเนอะ

 

ปลายปีแล้ว

แต่งงานกันเยอะ

อากาศหนาว

จะได้อุ่น

อุ่นทั้งกายอุ่นทั้งใจ

 

มีความสุขมากๆ นะ

ทุกๆ คู่เลยที่แต่งงาน

กำลังจะแต่ง

และแต่งไปแล้ว

 

จขบ. แต่งเหมือนกัน

แต่แต่งกับงาน

เพราะว่าตอนนี้ชีวิต

ผูกอยู่กับครอบครัว

และงานเป็นหลัก

อีกหน่อยก็คงจะผูก

อยู่กับ....คาน....

55+

^^กิจกรรมในห้องน้ำ^^

posted on 16 Dec 2009 00:55 by mayaimay

 

 

อย่าเพิ่งงง กับ หัว entry นี้น๊า

ไม่ใช่อะไรหรอก...

ไม่ได้ทะลึ่งด้วย 55+

เพียงแต่ว่าอยากรู้จังว่า...

เวลาพวกคุณทำภารกิจกันในห้องน้ำเนี่ย

เช่น อาบน้ำ อึ๊ดดด (อึก็ได้) เนี่ย

พวกคุณๆ ทำอะไรไปด้วยมั้ย

อย่างเราก็มี อ่านหนังสือ

เล่นเกมส์ โทรศัพท์

แล้วเราก็รู้สึกว่า

บ้านเราทุกคนจะมีกิจกรรมในห้องน้ำ

ที่แตกต่างกันไป

ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

หรือว่า คนส่วนใหญ่

เค้ารีบๆ ทำภารกิจแล้วก็ออกจากห้องน้ำเลย

อ่ะนะ เราชอบอ่านหนังสือในห้องน้ำอ่ะ

มัน เงียบ สงบแล้วก็เป็นส่วนตัวดี

แต่ว่า ถ้านั่งนานๆ ก็เมื่อย เหน็บกินเหมือนกันนะ

บางทีติดลมอ่ะ เข้าเป็นครึงชม.

โดนด่าเลย...

ส่วนตอนอาบน้ำเราชอบฟังเพลง

รู้สึกว่าเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้วอ่ะ

การฟังเพลงในห้องน้ำตอนอาบน้ำ

วันไหนไม่ได้ฟังรู้สึกว่าเหมือนไม่ได้อาบน้ำเลย

(เว่อร์ไปมั้ยเนี่ย) 55+

 

 

 

 

 

ก่อนอื่นต้องขออนุญาติ คุณ AiJin เจ้าของบทความนี้

ที่เราบังเอิญไปอ่านเจอ แล้วรู้สึกว่า

อยากนำมาแบ่งปันจังเลย แล้วก็ credit and thank

for English translation to maishampoo LJ

(อันนี้เป็นเครดิตที่ AiJin เขียนไว้นะคะ)

อืม อ่านแล้วมันซึ้งอ่ะ แล้วก็ทำให้เข้าใจในตัวตน

และความคิดของคนๆ นึงมากขึ้นอ่ะนะ

จินเป็นคนที่อ่อนโยนนะ แต่ว่าบางครั้ง

ก็มักจะแสดงออกตรงกันข้าม บางทีก็ดูเหมือน

คนที่ไม่เคยใส่ใจคนรอบข้าง

เหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

แต่บางคำพูดหรือว่าบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

มันก็แสดงให้เห็นว่า

ความจริงแล้วจินเป็นคนอ่อนโยนขนาดไหน

อยู่ที่ว่าเค้าอยากที่จะแสดงตัวตนส่วนไหนออกมา

ให้เราเห็นมากกว่าเนอะ

อ่านแล้วยิ่งรักจินไปกันใหญ่เลยนะเนี่ย

---------74 of Jin quotes---------

1. ต้องเป็นพวกเรา 6 คน ไม่อย่างนั้นแล้ว

ก็จะไม่ใช่ KAT-TUN

เราจะขาดคนใดคนนึ่งไปไม่ได้หรอก

และจะหาคนเพิ่มหรือมาแทนใครอีกคนก็ไม่ได้เหมือนกัน

2. ตราบใดที่คนที่สำคัญที่สุด เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

นั่นก็เกินพอแล้ว

3. ถึงแม้คุณจะร้องไห้ นั่นก็แค่วันนึง หรือ ถ้าหากคุณหัวเราะ

 มันก็อีกวันนึงเท่านั้น ในเมื่อคิดได้อย่างนั้น

ก็ใช้ชีวิตวันนึงนั้นไปเถอะ (หัวเราะ)

4. ผมอยากให้ทุกคนเชื่อในสิ่งที่ผมพูด

มากกว่าเชื่อในข่าวลือต่างๆ และความจริงที่ว่านั่นก็คือ

ผมไม่มีวันพูดโกหก

5. ถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะก็ ผมไม่มีวันทิ้งเธอ

ถึงแม้ผมอยากจะทำ ผมก็คงทำไม่ได้เช่นกัน

6. ผมคิดสงสัยอยู่ว่า หากเราชอบอะไรบางอย่างมากพอ

ซักวันนึง ความรู้สึกนั้นน่าจะได้รับการตอบรับ

ในรูปแบบใดแบบหนึ่งนะ

7. การมีทุกข์ ก็เป็นแค่ ความสุขในอีกรูปแบบนึงเท่านั้น

8. พอคิดว่า เมมเบอร์ทุกคนได้มาเจอกันในชาตินี้

มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ามหัศจรรย์เหมือนกันนะ

9. ถึงพวกเราจะทะเลาะ และป่วนกันเองบ้าง

แต่นั่นทำให้เราเติบโตด้วยเช่นกัน และผมคิดว่า

นั่นแหล่ะ ทำให้เราคือ KAT-TUN

10. ทุกๆสิ่ง เมื่อถึงวันนึง เราต้อง บอกลา กับมัน

เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่า เราต้องให้ความสำคัญกับโชคชะตา

และทุกคนที่เราได้พบเอาไว้

11. ทุกคนต่างมีประสบการณ์ของตัวเอง

ไม่ว่าจะเรื่องเศร้า หรือ เจ็บปวด แต่ ..

"ทุกครั้งที่คุณร้องไห้ จะมีรอยยิ้มอีกมากมายรอคุณอยู่"

 .. นี่คือวิธีคิดของผม

12. พูดจริงๆเลย แม้ว่าตอนที่ผมทำงานคนเดียว

ผมก็ยังรู้สึกสบายใจได้ เมื่อไหร่ที่ผมกลับมาเจอ (เป็น) KAT-TUN ...

ผมจะรู้สึก ปลอดภัย ทุกครั้ง...

13. ถึงแม้ว่า จะเป็น รักข้างเดียว แต่มันก็ยังความสุขอย่างหนึ่ง

กับ การได้รักใครสักคน

14. สิ่งที่เหมือนกันของสมาชิก KAT-TUN ก็คือ ทุกคนงี่เง่า

แต่ทั้งๆที่โง่อย่างนั้น เมื่อไหร่ที่ผมรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก

แต่ก็ไม่มีใครจะพึ่งพาได้มากเท่าพวกเค้าอีกแล้ว

15. ผู้หญิงที่ดี ก็คือ ผู้หญิงที่ผมรัก

16. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทางเลือกสำหรับผม

ไม่มีคำว่า "แยกวง" แน่นอน

17. พวกเราเป็นกลุ่มผู้ชายมาตั้งแต่ต้น ผมมั่นใจว่า

เราต่างเข้าใจกันดี

18. ผมไม่คิดว่านั่นคือความสำเร็จ ยิ่งเทียบเป็นความสุขด้วยแล้ว

สมมติว่า หากใครซักคน มีหน้าที่การงานที่ไปได้สวย

และมีรายได้ดีมากๆ แต่เค้าสนใจแต่งานมากไป

จนไม่มีเพื่อนเลยซักคนล่ะ หรือ สมมติว่า

มีดินเนอร์อาหารฝรั่งเศสเลิศหรูแสนแพงต่อหน้าคุณ

แต่ไม่มีใครร่วมยิ้ม ชิมรส ติชมอาหารรมื้อนั้นด้วยกันกับคุณเลยล่ะ

มันไม่เหงาเหรอ? ไม่ว่ากับอะไรก็ตาม "มากเกินไป" ก็ไม่ดีทั้งนั้น

หากสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบอย่างไม่มีที่ติแล้ว คุณอาจจะเสียสมดุลก็ได้

และจากนั้น คุณก็จะเริ่มกังวลกับบางอย่างที่เปลี่ยนไป

ผมอยากจะเป็นเพียงคนธรรมดา

ที่ยังรู้สึกเป็นทุกข์กับเรื่องทั่วๆไป ก็เท่านั้น

19. ผมอาจจะใช้เวลาอยู่กับ KAT-TUN มากกกว่า

ครอบครัวของผมซะอีก และพวกเค้าก็รู้จักผมดีมากๆด้วย

20. หากผมได้รับพรเพียงข้อเดียวล่ะก็ ,

ผมว่า ... ผมอยากจะขอ "ขอให้ผมมีความสุข"

21. ผมอยากจะเป็นเพื่อนพวกเค้า 5 คน (KT-TUN) ให้นานที่สุด

และสนิทสนมกันมากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้

22. โปรดอย่าลืมว่า คนรอบๆตัวคุณ ยังคอยสนับสนุนคุณอยู่

23. เอ.. ความต่างระหว่างความคิดของคาเมะ กับของผม

ก็คือ ว่า "พวกเค้าสองคนแตกต่าง 360 องศาเลย"

24. แม้ว่าคุณจะเป็นคุณยายแล้ว ผมก็ยังรักคุณ.

25. การมีชีวิตอยู่เพื่อทำบางสิ่ง มันมีค่ามากกว่า

อยู่ไปโดยไม่ทำอะไรเลย ไม่ใช่เหรอ?

26. การสร้างความเชื่อใจนั้น มันยากมากจริงๆ

แต่เรากลับสูญเสียมันไปได้ เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

27. น้ำ, ดนตรี และการสนับสนุนจากแฟนๆ

หาก ขาด สามสิ่ง นี้ไป ผู้ชายนามว่า อคานิชิ จิน

ก็ไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้.

28. ผมรู้สึกได้ว่า มีทุกๆคน คอยสนับสนุนผมอยู่

29. ถ้าสามารถบอก จุดอ่อน ของกันและกัน ได้สิบข้อ

แสดงว่าสนิทสนมกันมากแล้วล่ะ?

30. เป็นเพราะอยู่กันมา 6 คนตั้งแต่เริ่ม

ไม่ว่าเราจะได้เดบิวต์หรือไม่ก็ตาม

ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา ก็ไม่มีวันเปลี่ยนไป

31. แม้ในเวลาที่ผมมีปัญหา, ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน

ผมก็ไม่ต้องการจะบอกใครหรอก

32. เราเกิดมาแค่หนเดียว ถึงแม้มากขึ้นอีกเพียงนิดหน่อย

แต่ผมก็อยากจะยิ้มเข้าไว้

33. หากคุณมุทะลุเกินไป จะทำให้ล้มเหลวกลางคันได้

แต่ถ้าทุกคนเริ่มต้นทำบางสิ่งตามกำลังความสามารถที่มี

และคิดว่านี่คือหนทางจะทำให้พบสิ่งที่ต้องการแล้ว

อาจจะเล็กน้อยและไม่เร็วนัก

แต่ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน

34. สิ่งที่ผมไม่อาจจะละทิ้งได้ ก็คือ การรักษาไว้ซึ่งคนที่สำคัญสำหรับผม

นั่นก็คือ ครอบครัวและเพื่อนของผม

35. ผมรู้สึกว่า การคบเพื่อนเพียงผิวเผินนั้น ไม่นับว่าเป็นมิตรภาพหรอก

36. ถึงแม้จะรู้ว่า ความรักคงไม่สมหวัง แต่ผมก็ยังอยากจะรักต่อไป

37. พลังของผม มาจาก การที่ผมมีคนที่ผมให้ความสำคัญอยู่

38. ผมไม่ต้องการให้ พลังที่มีอยู่หายไป เพื่อที่ผมจะได้มีความมั่นใจต่อไป

39. ถึงแม้จะต้องใช้เวลามากขึ้น, แต่เลือกทางเดินของตัวเองจะดีกว่า

40. จงเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง และก้าวไปตามความรู้สึกของคุณ

41. ถ้าหากมีคู่แข่งเรื่องรัก มันก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่านั่นเป็นผู้หญิงที่ผมรัก

ถึงแม้จะมีคนอื่นมารักเธออีก มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ

41. จงทิ้งความทุกข์ทั้งหมดไว้ข้างหลังซะแต่วันนี้!

42. ถ้าหากเป็นคนที่ผมชอบ ไม่ว่าเธอจะทำท่าทางแบบไหน

ผมก็เห็นว่าน่ารักอยู่ดี

43. สีดำ เป็นสีที่เข้ากับสีอื่นๆได้ทั้งหมด

เพราะงั้นสำหรับผมแล้ว สีดำก็ดีนะ.

44. ทุกสิ่งอย่างย่อมมีข้อผิดพลาดกันได้

เพราะงั้น แค่มีความมั่นใจก็พอ

45. ผมไม่ได้ต้องการความสุขจากเธอ

แต่ผมอยากเป็นคนทำให้เธอมีความสุขต่างหาก.

46. มันคงจะดีถ้าสามารถยิ้ม และใช้ชีวิตกับคนที่สำคัญกับเรา

จริงมั้ย? ผมก็อยากจะเป็นแบบนั้น และอยากให้ทุกคนเป็นอย่างนั้นเช่นกัน.

47. มีไม่กี่ครั้งหรอกที่ผมจะเต้นตามสเตปได้เป๊ะน่ะ เข้าใจนะ?

48. ผมไม่ใช่ KAT-TUN ผมคือ อคานิชิ

(เป็นการโต้ตอบของพี่จินกะเด็กเดินถนนคนนึง

ตอนเด็กตะโกนมาว่า "อ๊า นั่นคัตตุนนี่")

49. ขอโทษนะ แต่ผมน่ะมีค่า (มากกว่านั้น)

50. มีคนกล่าวว่า ถ้าเราวิ่งไล่กระต่ายป่าสองตัว

เราจะจับไม่ได้สักตัว ผมเห็นด้วยนะ แต่ผมคิดว่า มันก็เป็นไปได้

ถ้าเราจะเก็บตัวนึงไว้ ขณะวิ่งไล่อีกตัวน่ะ.

51. เวลาที่ผมรู้สึกอึดอัด ผมจะมองไปบนฟ้า เวลาที่ผมรู้สึกเศร้า

อย่างแรกที่จะทำ คือ นอน และถ้าเมื่อไหร่ที่ผมเหงา

ผมก็จะไปเจอเมมเบอร์คนอื่น

52. ถ้าเธอบอกผมว่า "อยากเจอคุณจัง" , ผมจะรีบไปหาทันทีเลยล่ะ

53. ถ้าคนที่เคยหัวเราะ ไม่อาจจะร่าเริงอีกต่อไปได้

นั่นคือถึงที่สุดของคนนั้นแล้ว

54. เพราะผมเข้าใจดีถึงความรู้สึกที่คนๆนึง

ได้รับเมื่อประสบความสำเร็จในการฝ่าฟันอุปสรรคไปได้

ผมจึงต้องการให้ตัวเองสามารถพูดคำว่า "มาเลยเหอะ"

กับทุกอุปสรรคที่เข้ามาได้อยู่เสมอ

55. ถึงแม้คุณจะล้ม แต่ตราบใดที่ขาคุณยังมีแรงเคลื่อนไหว

คุณก็ต้องก้าวต่อไป เพราะยังไม่ถึงเวลาที่คุณจะหยุดแค่นี้

56. คนที่ไม่ชอบเลือกเดินทางอ้อมนั้น ไม่มีวันจะได้รู้ว่า

บนเส้นทางที่ไกลขึ้นนั้น เราก็ได้เก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆได้มากขึ้นด้วย

57. เป็นเพราะผมรู้สึกว่า พวกเค้าจะต้องไม่เป็นไรแน่ๆ

แม้ผมจะสร้างปัญหาและความวุ่นวายไร้สาระมาให้มากมาย

พวกเค้าน่าประหลาดจริงๆ

58. สิ่งที่คุณอยากจะทำจริงๆ คือ สิ่งที่คุณจะทำโดยไม่ต้องบอกใครก่อน.

59. เหมือนเช่นเคย ผมจะเลือกทางเดินที่ผมเชื่อ

และแม้ว่าผมมันจะออกมาไม่ดี แต่ผมก็ไม่คิดว่า นั่นคือ การพ่ายแพ้.

60. ผมซาบซึ้ง และรู้สึกขอบคุณ แฟนๆของผม

61. ผมไม่ต้องการแสดงให้ใครเห็นว่า ผมขาดความมั่นใจ

และไม่ต้องการให้ใครมาเห็นผมในขณะที่รู้สึกไม่มั่นใจด้วยเช่นกัน

เพียงเพราะผมเกลียดความพ่ายแพ้นั่นเอง

62. ผมชอบคุยโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนแบตฯหมด

63. การแข่งขันแต่ละครั้ง คือ โอกาสในการเรียนรู้

64. มาพยายามด้วยกันต่อไป และก้าวไปข้างหน้าทีละนิด

โดยคำนึงถึงความเป็นจริง

65. ผมอยากจะแต่งงานกับคนที่เป็นเนื้อคู่ของผม

66. ทำในสิ่งที่คุณอยากจะทำ ดีกว่า การจะเป็นคน"ดี"

ผมอยากให้คุณแสดงออกในสิ่งที่คุณเป็นจริงๆ

และผมจะชอบที่ตัวคุณเป็นอย่างนั้นมากกว่า

67. ผู้หญิง เสมือน รางรถไฟ ของผู้ชาย

68. เมื่อผมตัดสินใจเรื่องใดไปแล้ว ผมก็จะไม่มีวันปลี่ยนใจ

และถึงแม้ว่ามันจะเป็นสีขาว แต่ถ้าผมบอกว่า สีดำ ไปแล้วล่ะก็

 ... ยังไงมันก็สีดำล่ะ.

69. ผมขอโทษที่ไม่ค่อยได้พูดอะไรมากนัก แต่จากนี้ไป

ผมจะแสดงออกถึงความรู้สึกของผมอย่างเต็มที่มากขึ้น

70. ว่ากันว่า ถ้าเราอธิษฐานไปเรื่อยๆ คำขอจะเป็นความจริง

ผมก็คิดและเชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน.

71. ไม่มีคำตอบ สำหรับ ความรัก .. เพราะ

ความรู้สึกของคุณนั่นแหล่ะ คือ คำตอบ

72. ถ้าอาทิตย์นึง มี 7 วัน, ผมก็อยากจะพบเธอทั้ง 7 วันตลอดสัปดาห์เหมือนกัน

73. ผมไม่เคยคิดว่า ผมมายืนตรงจุดนี้ได้ด้วยตัวของผมเอง

ทั้งๆที่ผมออกจะหยิ่งทนง , แต่ผมก็รู้สึกจริงๆว่า การที่มาถึงตรงนี้ได้

ก็เพราะ ทีมงานทุกคน ที่สรรค์สร้างทุกอย่างให้ผม, และยิ่งกว่าใครทั้งหมด

ที่ทำให้ผมมายืนตรงนี้ได้ ก็คือ แฟนๆ ที่คอยสนับสนุนผมมาตลอด.

74. ถ้าหากคุณรู้สึกอยากร้องไห้.. ก็ร้องออกมาเถอะ

เพราะผมจะทำให้คุณยิ้มได้อีกครั้งเอง.

 

 

edit @ 10 Dec 2009 17:10:42 by ^ akame ^

ฝัน ฝัน ฝัน

posted on 07 Dec 2009 23:41 by mayaimay

เมื่อคืนเป็นคืนที่นอนแล้วไม่อยากตื่นเลยอ่ะ

มีความสุขโคตร

ฝันดีมากกกกก

ฝันเห็นจิน โอ้ว แม่เจ้า

นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วนะ

ครั้งแรกเราฝันถึง KAT-TUN ครบทั้งวง

ครั้งนี้ฝันถึง 2 คน akame

อะไรเนี่ย

มีความสุขสุดๆ

แต่แปลกที่ทุกครั้งที่ฝัน

เราจะรู้ตัวว่ามันเป็นแค่ฝันอ่ะ

งงกันป่ะ

แบบว่ารู้อ่ะว่ามันไม่ใช่ความจริง

แต่ก็นะขอมีความสุขหน่อยเหอะ

อีกอย่างก็คือว่า

ในฝันจะคุยกันไม่รู้เรื่องเลย

เพราะว่าเราไม่ได้ญี่ปุ่น

ก็นะ ก็เลยต้องคุยภาษาอังกฤษ

แล้วก็ภาษามืออ่ะ

เมื่อคืนฝันว่าได้เบอร์โทรจินซะงั้น

แล้วในฝันยัง akame ได้อีก

แบบว่าคาเมะหันมามองหน้า

55+

อารมณ์นั้นแบบว่าไม่สนใจใคร

ขอเบอร์ได้ เป็นอันว่าจบ

แอบสำนึกดี น้องเรา akame เมนเมะ

ไอ้เราก็ ต๊าย ... ยังไม่ได้ขอลายเซ็นต์เมะให้น้อง

แต่ของจินน่ะเราได้แล้ว พร้อมเบอร์โทร

(ฝันโคตรเข้าข้างตัวเอง)

ก็เลยไปขอ ลายเซ็นต์น้องน่ารักมากกกอ่ะ

มีวาดรูปด้วยนะ แต่ว่าเราไม่แน่ใจว่าเป็นหมาหรือว่าแมวง่ะ

(สงสัยคืนก่อนเราจะเพ่งดูลายเซ็นต์ของ akame

ที่อวยพรปีใหม่มากไปหน่อย)

สรุปแล้ว ตื่นมา...แล้วก็นอนต่อ เนื่องจากยังอยากฝันอยู่

แต่ขอโทษระดับนี้

...ฝันต่อได้อีกค่ะ...

สุขใจจริงๆ เป็นอีกวันที่ยิ้มได้ตลอด

ใครจะว่าเราเวิ่นเว๊อมั้ยเนี่ย

แต่ไม่เป็นไร เพราะว่าเรามีความสุขแค่นั้น...จบ...

อิอิ

 ''...คุณรักเขา เพราะเขาสมบูรณ์แบบ

  หรือ คุณรักเขา เขาถึงสมบูรณ์แบบ..."

  จาก   สูตรเสน่หา

 

 

 

 "...นอกจากรักคุณแล้ว  ผมไม่เก่งอะไรเลย..."

  จาก The Classic

 

 

 

 "...หล่อทะลุแป้ง..."

 จาก   รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

 

 

 

 "ภา...เป็นเมียเราต้องอดทน"

 จาก   2499 อันธพาลครองเมือง

 อันนี้แอบฮาอ่ะ

 

 

 

 

 

 

edit @ 6 Dec 2009 17:06:26 by ^ akame ^

edit @ 6 Dec 2009 17:07:16 by ^ akame ^